นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
@misteramoeba.bsky.social
📤 52
📥 165
📝 314
20+ with lot of back pain อะมีบาเวอร์ชั่นไม่ปากหมา Anyway ตระบัดสัตย์มันแย่มากนะ
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
Meowgan Le Feline🔮🐈⬛✨️
11 days ago
"เราประนีประนอมกันมาตั้งแต่เด็กจนกูแก่ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย"
add a skeleton here at some point
0
19
42
ฮิรุกุมะควรมากางอาณาเขตในศาลไทยที่ตัดสินคดีม.112 หน่อยอะ
11 days ago
0
0
0
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
selDam
15 days ago
#strangefake
1
205
118
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
KHN
19 days ago
อาคาโซะ เอย์จิ ที่แสดงเป็นนายเอก นี่เก่งมาก เติบโตทางการแสดงดีเลย อยากให้ทุกคนดู Kamen Rider Build เป็นซีรีส์คาเมนไรเดอร์ที่แฟนไรเดอร์ทั้งโลกบอกว่า BL ปล. อินุไค (พระเอก Build) ก็แสดง BL หลายเรื่อง เป็นคู่ไรเดอร์หลักไรเดอร์รองที่ผลงานเยอะมาก
add a skeleton here at some point
0
5
11
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
「fern」
19 days ago
ก่อนหน้านี้มันมี BL ญี่ปุ่นเรื่องนึงที่ดังมาก (พอสมควรแหละ อย่างน้อยๆ คนบนทวิตภพก็หวีดกันโบ้มๆ) ชื่อ Cherry Magic! ซึ่ง adapt มาจากการ์ตูนชื่อเดียวกัน นอกจากจะเพราะเอาดารา/ไอดอลดังมาลงซีรีส์วายแล้ว นี่ว่าต้องชาบูว์คนเขียนบท+ผู้กำกับด้วย เพราะสามารถ “ปรับ” บทให้นุ่ม+มีมิติมากกว่าต้นฉบับซะอีก และถึงคู่พระนายจะไม่ได้แม้กระทั่งจูบกัน …คนดูก็ฟินไปไน๊ต่อไน๊ได้อะ 🥰
2
11
24
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
ปิยะรักษ์ 🍂🎃
19 days ago
ลงกันยังคะ เชิญชวนร่วมลงชื่อเสนอร่าง
#แก้รัฐธรรมนูญ
คืนอำนาจประชาชนเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระ ร่วมกับ iTAX ต้องการ 50,000 รายชื่อ สามารถเข้าชื่อได้ทาง - แอปพลิเคชัน iTAX หรือ - ลงชื่อผ่าน
ilaw.or.th/articles/53348
loading . . .
iTAX ชวนลงชื่อเสนอร่าง #แก้รัฐธรรมนูญ เข้ารัฐสภา คืนอำนาจประชาชน เข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระ - iLaw
iTAX องค์กรที่ทำแอปพลิเคชันการจัดการภาษี ชวนประชาชนเข้าชื่อ 50,000 ชื่อ เสนอร่างแก้รัฐธรรมนูญต่อรัฐสภา เพิ่มสิทธิประชาชนเข้าชื่อเสนอถอดถอนองค์กรอิสระอีกสี่องค์กร
https://ilaw.or.th/articles/53348
0
28
151
ปวดหลังๆๆๆ (ขอให้งอกงาม)
18 days ago
0
1
0
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
ประชาไท Prachatai.com
24 days ago
loading . . .
กสม. ชี้กรณีไม่ให้ผู้พิการทางการเคลื่อนไหวเข้าสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาเป็นการละเมิดสิทธิ
กสม. ชี้กรณีไม่ให้ผู้พิการทางการเคลื่อนไหวเข้าสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาเป็นการละเมิดสิทธิ auser15 Sat, 2026-02-14 - 10:06 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ชี้กรณีที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ไม่ให้ผู้พิการทางการเคลื่อนไหวเข้าสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาเป็นการละเมิดสิทธิ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และนางสาวหรรษา หอมหวล เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 6/2569 โดยมีวาระสำคัญดังนี้ กสม. ชี้กรณีสำนักงานศาลยุติธรรมไม่ให้ผู้พิการทางการเคลื่อนไหวเข้าสอบผู้ช่วยผู้พิพากษาเป็นการละเมิดสิทธิ แนะใช้เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้พิการให้เข้าถึงโอกาส นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้มีมติหยิบยกกรณีนายศุภวิชญ์ จันทร์เสถียร ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ถูกปฏิเสธไม่ให้เป็นผู้มีสิทธิสอบเป็นข้าราชการตุลาการตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ขึ้นตรวจสอบ เนื่องจากเห็นว่าอาจมีการกระทำหรือการละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน นั้น จากการตรวจสอบปรากฏข้อเท็จจริงว่า เมื่อเดือนมิถุนายน 2567 นายศุภวิชญ์ซึ่งพิการกล้ามเนื้ออ่อนแรงตั้งแต่กำเนิดได้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการ ตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา โดยขอให้มีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานศาลยุติธรรมช่วยเหลือเขียนคำตอบตามคำบอก เนื่องจากนายศุภวิชญ์เขียนหนังสือช้าและไม่สามารถเขียนหนังสือติดต่อกันได้เป็นเวลานาน แต่ที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีมติไม่ให้นายศุภวิชญ์เป็นผู้มีสิทธิสอบโดยพิจารณาจากรายงานความเห็นของคณะกรรมการแพทย์ซึ่งเห็นว่า นายศุภวิชญ์ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงขั้นรุนแรงด้านการเคลื่อนไหวไม่อาจทำกิจกรรมใด ๆ ที่ต้องใช้กำลังกล้ามเนื้อทุกส่วนจนสำเร็จโดยไม่พึ่งพิงบุคคลอื่นและปราศจากการช่วยเหลือได้ อีกทั้งระบุว่าการเขียนคำตอบจะต้องใช้การบรรยายโดยลำพัง การให้ผู้ช่วยเหลือเขียนคำตอบ จะทำให้คำตอบปะปนกับความเข้าใจของผู้เขียนคำตอบให้ ซึ่งจะได้เปรียบผู้สมัครอื่นอย่างชัดเจน จึงไม่ควรให้สิทธิในการเข้าสอบ ต่อมา เมื่อปี 2568 นายศุภวิชญ์ได้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาอีกครั้ง โดยประสงค์จะเขียนข้อสอบด้วยตนเอง แต่ ก.ต. ในการประชุม ครั้งที่ 14/2568 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568 ก็มีมติตัดสิทธิไม่ให้นายศุภวิชญ์เข้าสอบเช่นเดิม โดยพิจารณาจากรายงานของคณะกรรมการแพทย์และลักษณะงานหลักของผู้พิพากษาที่ต้องใช้การเขียนหนังสือหรือพิมพ์ข้อความ ตลอดจนการนั่งพิจารณาคดีเป็นเวลานาน จึงมีมติเห็นว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติไม่สอดคล้องตามความในมาตรา 26 (11) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่า คนพิการย่อมมีสิทธิเช่นเดียวกับบุคคลโดยทั่วไป โดยที่ความพิการนั้นเกิดขึ้นได้ตั้งแต่แรกเกิดและภายหลังจากที่เกิดมาแล้วโดยเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ความพิการจึงเป็นเรื่องของมนุษยชาติที่ไม่ควรมีการแบ่งแยกด้วยเหตุแห่งเชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง ฐานะ ชาติกำเนิด หรือสถานะอื่นใด และควรสนับสนุนให้มีกลไกหรือมาตรการเพื่อสร้างความเท่าเทียมให้กับคนพิการให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยตนเองอย่างมีคุณภาพ ทั้งนี้ทุกฝ่ายในสังคมโดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายรัฐจะต้องมีความเข้าใจอย่างแท้จริงและให้โอกาสแก่คนพิการที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับคนอื่น ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 27 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการ (CRPD) ได้วางหลักการคุ้มครองไว้ การที่ ก.ต. ตัดสิทธินายศุภวิชญ์ไม่ให้เข้ารับการสอบคัดเลือกในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาเมื่อปี 2567 และเมื่อปี 2568 ที่แม้ว่านายศุภวิชญ์ประสงค์จะเขียนข้อสอบด้วยตนเอง แต่ก็ถูกตัดสิทธิเช่นเดิมโดยอาศัยเหตุผลในด้านความพิการ โดย ก.ต. ไม่ได้พิจารณาถึงแนวทางหรือมาตรการเพื่อให้ความช่วยเหลือหรือปรับสิ่งต่าง ๆ ให้เหมาะสมในการสอบเพื่อเปิดโอกาสให้การสอบเข้ารับราชการเกิดความเท่าเทียมแก่คนพิการ จึงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า การที่ ก.ต. ตัดสิทธิไม่ให้นายศุภวิชญ์เข้ารับการสอบคัดเลือกไม่สอดคล้องกับหลักการห้ามการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งความพิการในทุกด้านที่เกี่ยวกับการจ้างงาน และการคัดเลือกบุคคล อย่างไรก็ดี มีประเด็นที่ต้องพิจารณาต่อไปว่า การปฏิบัติที่แตกต่างในกรณีนี้ ก.ต. ได้กระทำโดยมีเหตุผลอันสมควรหรือไม่ เห็นว่า นอกจากเหตุผลเรื่องความพิการแล้ว ในการรับสมัครสอบปี 2567 ก.ต. ยังให้เหตุผลว่า นายศุภวิชญ์ร้องขอวิธีการสอบคัดเลือกที่แตกต่างจากบุคคลที่สมัครสอบคนอื่น ๆ และอาจเกิดการปะปนกันของคำตอบจากผู้ที่ช่วยเหลือในการเขียนคำตอบให้ ซึ่งเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับกระบวนการสอบของนายศุภวิชญ์ที่เคยไปสอบกับสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และสภาทนายความซึ่งสามารถจัดให้นายศุภวิชญ์เข้าสอบได้โดยมีผู้ช่วยเหลือในการเขียนคำตอบและไม่พบว่ามีประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการปะปนกันของคำตอบ ข้อเท็จจริงดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ก.ต. สามารถที่จะใช้วิธีการเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันไปปรับใช้กับการสอบของนายศุภวิชญ์ได้เพื่อลดข้อขัดข้องตามที่ ก.ต. กังวล ส่วนการสมัครสอบปี 2568 แม้นายศุภวิชญ์ประสงค์จะเขียนคำตอบด้วยตนเอง แต่ ก.ต. ก็มิได้พิจารณาเงื่อนไขนี้ กสม. เห็นว่า การปฏิบัติงานในปัจจุบันมีเทคโนโลยีหลายอย่างช่วยอำนวยความสะดวก เช่น การแปลงการพูดเป็นตัวอักษรซึ่งสามารถตรวจสอบได้ อีกทั้งศาลก็มีระบบการบันทึกถ้อยคำและให้ตรวจสอบก่อนลงลายมือชื่อรับรอง การให้เจ้าหน้าที่เสมียนหน้าบัลลังก์ช่วยพิมพ์หรือการอ่านซ้ำต่อหน้าคู่ความ ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานในปัจจุบัน การสอบข้อเขียนในกรณีที่ผู้สมัครสอบเป็นคนพิการจึงควรนำเทคโนโลยีมาปรับใช้หรือปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมเพื่อเปิดโอกาสให้คนพิการได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ ลักษณะงานของผู้พิพากษาเป็นงานที่ใช้ความรู้ความสามารถทางกฎหมายเป็นสาระสำคัญมากกว่าความสามารถในเชิงกายภาพของร่างกาย แม้นายศุภวิชญ์จะเป็นคนพิการทางการเคลื่อนไหว แต่ก็ประกอบวิชาชีพเป็นทนายความซึ่งเป็นวิชาชีพทางกฎหมายเช่นเดียวกับผู้พิพากษามาหลายปี นอกจากนี้ภารกิจหลักตามอำนาจหน้าที่ของผู้พิพากษาศาลยุติธรรม คือ การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีและต้องนั่งพิจารณาให้ครบองค์คณะ ความพิการจึงมิได้เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ ขณะที่ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้มีผู้พิพากษาที่เป็นคนพิการหลากหลายประเภท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระบบที่เปิดโอกาสและมีการออกแบบการสอบและการแต่งตั้งที่อิงอยู่บนหลักความสามารถไม่ใช่รูปลักษณ์ทางกายภาพ ดังนั้น การที่ ก.ต. ปฏิบัติต่อนายศุภวิชญ์ให้แตกต่างจากผู้สมัครรายอื่นที่มีสภาพร่างกายปกติจึงเป็นการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อนายศุภวิชญ์ ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะไปยังสำนักงานศาลยุติธรรม ให้นำความเห็นตามรายงานนี้เสนอต่อ ก.ต. เพื่อพิจารณาทบทวนมติเพื่อให้คนพิการที่มีลักษณะเช่นเดียวกับนายศุภวิชญ์ สามารถเข้ารับการสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาได้ พร้อมให้กำหนดมาตรการหรือแนวทางการช่วยเหลือที่สมเหตุสมผลในระบบการสอบคัดเลือกให้แก่ผู้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาที่เป็นคนพิการลักษณะเดียวกับนายศุภวิชญ์ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเสมอภาคอย่างแท้จริงในการเข้าถึงโอกาสทางการประกอบอาชีพของคนพิการตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการ (CRPD) ได้รับรองไว้ * ข่าว * สังคม * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ * กสม. * คนพิการ * คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม * สอบผู้ช่วยผู้พิพากษา
http://dlvr.it/TQxxk0
0
0
5
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
「fern」
26 days ago
QR code/Barcode บนบัตรเลือกตั้ง สส
#เลือกตั้ง2569
คือแบบ… หมดคำจะพูดจริงๆ ค่ะ เราไม่ได้สังเกตเลย เลือกครั้งก่อนก็มั่นใจได้ว่าจะไม่มีใคร track บัตรเปล่าๆ ที่มีเพียงกากบาทนั้นได้ รอบนี้มาเหนือของแท้ เหนือความคาดหมายว่ามันคิดได้ไงวะ? หาวิธี authentication ที่ย้อนกลับหาตัวคนเฉ้ย!
0
3
13
จะอธิบายเรื่องบาร์โค้ดให้คนแถวบ้านฟังยังไงวะ
26 days ago
0
0
0
ตัดของจากสวนป่า+พี่เลี้ยงละอ่อน //ให้ฟีลลิ่งซีนจบ Sorry, baby มาก ฮือ
26 days ago
0
0
0
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
🪓🐙
26 days ago
เมื่อวันก่อนเห็น prompt ว่าจะเป็นยังไงถ้าคู่ oc คุณสลับบุคลิกกัน คุยกับกะพรุนไปมาแล้วได้ข้อสรุปว่าชิบหายมาก 😂
2
7
8
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
a complainer「文文」
about 2 months ago
ฟรีเรนนี่เป็นเรื่องที่ทำให้คิดเลยว่า ต่อให้แก่ แต่ถ้ายังเปิดใจอยู่ มันก็มีเรื่องให้เรียนรู้ได้อีกเรื่อย ๆ ไม่จบเหมือนกัน แบบ มันอาจจะไม่ใช่ความรู้ใหม่ ๆ แต่เป็นห้วงความรู้สึกใหม่ ๆ ที่ก่อนหน้าอาจจะไม่เคยสัมผัสหรือเคยคิดถึงมาก่อนก็ได้
0
40
53
ศุภจีชนะเรื่องน้ำเสียง ฟังแล้วอุ่นใจ (นึกถึงอุ้ยย่า) ฟังเคลิ้มๆ อยู่ แต่เอ้าบางทีเขาตอบเงาะนิ
about 2 months ago
0
0
0
รำคาญ CK ทุกอย่าง ทุกคำถาม ทุกความคิดที่เกี่ยวกับทุน แต่ว่ารีเลทมากๆ กับตอนที่พูดเรื่องเกษตรกร
about 2 months ago
0
0
0
ไปเจอ Reel ในยูทูปเอากรีกโยเกิร์ต+คุ้กกี้ (แผ่นบาง) ละยัดๆๆๆๆๆ ลงไปในถ้วย เอาไปแช่เย็น 6 ชม. จากนั้น จะได้คุ้กกี้กรีกโยเกิร์ต? เดี๋ยวลองดู
about 2 months ago
0
0
0
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
ปิยะรักษ์ 🍂🎃
about 2 months ago
ได้ฟีลพิซซ่าขอบชีสที่เพิ่งออกจากเตามาก
add a skeleton here at some point
0
10
21
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
ประชาไท Prachatai.com
2 months ago
loading . . .
โลก “ไร้ขื่อแป” เมื่อสหรัฐฯ บุกจับ ‘มาดูโร’ สร้างบรรยากาศอันไม่ปลอดภัยให้กับโลก
โลก “ไร้ขื่อแป” เมื่อสหรัฐฯ บุกจับ ‘มาดูโร’ สร้างบรรยากาศอันไม่ปลอดภัยให้กับโลก ภาพจาก บัญชี Truth Social ของ โดนัลด์ ทรัมป์ admin666 Wed, 2026-01-07 - 00:19 หลังสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารในชื่อ "Absolute Resolve" บุกเข้าไปในประเทศเวเนซุเอลาเข้าไปจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร พร้อมภรรยาในเมืองคาราคัส เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาไปขึ้นศาลในสหรัฐฯ ข้อหาค้าอาวุธและยาเสพติด ตามหมายจับที่ออกมาตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสมัยแรกเมื่อปี 2563 และเขากลับมาเริ่มปฏิบัติการเพื่อจัดการกับมาดูโรตั้งแต่สิงหาคม 2568 โดยการส่งกำลังทหารเข้าไปคุมทะเลแคลิบเบียน ปฏิบัติการ Absolute Resolve ของสหรัฐฯ ถูกเอากลับไปเปรียบเทียบกับปฏิบัติการ "Just Cause" ของสหรัฐฯ ในอดีตครั้งใช้กำลังทหารเข้าไปในจับกุม มานูเอล โนรีเอกา ผู้นำทางทหารและผู้นำประเทศโดยพฤตินัยของประเทศปานามา ในปีพ.ศ.2533 ที่ก็ใช้ข้ออ้างคล้ายๆ กันคือตั้งข้อหายาเสพติด จากปฏิบัติการครั้งนี้นอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับเป้าหมายทางทหาร ก็ยังกระทบไปถึงพลเรือนด้วยตามที่มีข่าวรายงานสภาพความเสียหายของอาคารบ้านเรือนและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จากรายงานของทางการเวเนซุเอลาเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 40 ราย ก่อนที่จะมีรายงานเพิ่มเติมภายหลังว่าเพิ่มมาถึง 80 รายโดยยังไม่มีรายละเอียดว่าผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือพลเรือน แต่ก็มีรายงานด้วยว่าทางการคิวบาออกมายอมรับว่ามีกำลังทหารและหน่วยข่าวกรองคิวบาด้วย 32 ราย โดนัลด์ ทรัมป์ ขณะกำลังติดตามผลปฏิบัติการ Absolute Resolve ที่รีสอร์ตมาร์-อา-ลาโก ในรัฐฟลอริด้า โดยมี จอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางหรือซีไอเอ (CIA) (ซ้าย) และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ (ขวา) ร่วมอยู่ด้วย ภาพจาก The White House แม้ก่อนเกิดปฏิบัติการนี้สหรัฐฯ จะใช้มาตรการแข็งกร้าวกับเวเนซุเอลามาตั้งแต่สิงหาคมปีที่แล้วด้วยการส่งทหารเข้าไปปฏิบัติการในทะเลแคลิบเบียน เข้ายึดเรือน้ำมันและโจมตีทำลายเรือสัญชาติเวเนซุเอลาโดยกล่าวอ้างว่าเป็นการทำลายการขนส่งยาเสพติดเข้าประเทศสหรัฐฯ จนถูกผู้เชียวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติประณามกันไปก่อนแล้ว อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นปัญหาความมั่นคงในภูมิภาค แต่ยังกลายเป็นเรื่องที่ทำให้เห็นกันอีกครั้งว่า ถ้าชาติมหาอำนาจเลือกจะใช้กำลังทหารเข้าไปจัดการกับประเทศใดก็สามารถทำได้แม้ว่าจะเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศก็ตาม ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาก็มีเรื่องให้กังขามาแล้วหลายครั้งว่ากฎกติกาเหล่านี้ยังใช้ได้อยู่จริงๆ หรือไม่ ทั้งกรณีสงครามรัสเซีย-ยูเครน อิสราเอล-ปาเลสไตน์และยังไปโจมตีประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลาง คำถามข้างต้นนี้อาจยิ่งสำคัญขึ้นเรื่อยๆ เพราะดูเหมือนว่าความขัดแย้งระหว่างประเทศในพื้นที่อื่นๆ ก็กำลังรอการปะทุเป็นสงครามอยู่เช่นกัน “มันคาดเดาไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นอกจากความหวาดวิตกที่จะเกิดความรุนแรง เกิดการรุกรานได้ทุกเมื่อทุกชั่วขณะไม่ว่าจะเป็นประเทศใหญ่ทำต่อประเทศเล็ก ประเทศอภิมหาอำนาจทำต่อประเทศอื่น หรือประเทศอื่นๆ กระทำต่อกันเอง ต่อไปนี้การใช้กำลังระหว่างรัฐในเรื่องที่เป็นการละเมิดอธิปไตยพร้อมจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อที่ไหนก็ได้ในโลก เป็นการเปิดปีใหม่ที่ทำให้บรรยากาศโลกไม่ปลอดภัย” สุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาประจำประเทศไทยของ Human Rights Watch แสดงความเห็นต่อปฏิบัติการของสหรัฐฯ ต่อเวเนซุเอลาและท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มีต่อประเทศอื่นๆ อย่างโคลอมเบีย คิวบา เม็กซิโก อิหร่าน และแม้กระทั่งกรีนแลนด์ที่เป็นของประเทศสมาชิกนาโต้ด้วยกันกับสหรัฐฯ เองอย่างเดนมาร์ก ที่ปรึกษา HRW กล่าวว่า แม้จะมีกฎบัตรสหประชาชาติจะมีหลักการสำคัญว่าด้วยการห้ามรุกราน แต่ที่ผ่านมาประเทศมหาอำนาจก็มักจะลอยนวลไปได้ ทั้งสหรัฐอเมริกาเองก็มีปฏิบัติการทางทหารแบบที่ทำกับเวเนซุเอลาก็หลายครั้งในทวีปอเมริกาใต้ก็เคยเข้าไปจับมานูเอล โนริเอกา อดีตผู้นำประเทศของปานามามาจนกรณีล่าสุดอย่างมาดูโร่ รวมถึงปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่อื่นๆ หรือรัสเซียก็มีกรณีสงครามยูเครน ไปจนถึงกรณีจีนที่แสดงพฤติกรรมข่มขู่จะเล่นงานไต้หวัน ตัวอย่างเหล่านี้ก็จะเห็นว่าประเทศมหาอำนาจมีพฤติกรรม “ไม่แยแส” กับจารีตประเพณีและกฎหมายระหว่างประเทศโดยเฉพาะกฎบัตรสหประชาชาติในมาตรา 2 ที่ให้รัฐสมาชิกทุกประเทศ ต้องงดเว้นจาก “การข่มขู่หรือการใช้กำลัง” ต่อบูรณภาพแห่งดินแดนหรือเอกราชทางการเมืองของรัฐอื่นใด ทำให้หมดความศักดิ์สิทธิ์ไป และเมื่อเกิดการละเมิดกลไกเหล่านี้กลับทำอะไรไม่ได้ “พฤติกรรมแบบนี้ในช่วงหลังมานี้เกิดขึ้นอย่างเข้มข้นชัดเจน มันก็เป็นการทำลายสิ่งที่เรียกระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนกฎกติการมันถูกทำลายไป มันทำให้ตอนนี้มันอยู่ในสภาวะการต่างประเทศหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ “อำนาจคือความถูกต้อง” ใครมีอำนาจจะทำอะไรก็ทำได้เป็นสภาวะที่ไม่มีขื่อไม่มีแปในทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” สุณัยยังมองว่าเมื่ออภิมหาอำนาจสร้างสภาวะแบบนี้ขึ้นมา สิ่งที่ตามมาคู่กันก็คือประเทศอื่นๆ ก็จะทำตามกันไปแล้ว ความชอบธรรมของประเทศมหาอำนาจที่จะเข้ามาแสดงบทบาทไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก็จะเสียไปด้วย เช่น หากกรณีความขัดแย้งไทย-กัมพูชาปะทุขึ้นมาใหม่สหรัฐฯ จะเข้ามาก็จะถูกย้อนกลับเช่นกันว่าตัวเองก็ทำ เมื่อถามว่าปฏิบัติการลักษณะนี้ของสหรัฐฯ ต่างไปจากครั้งอื่นๆ หรือไม่ ที่ปรึกษา HRW บอกว่าเขาไม่ได้มองในเชิงระดับความรุนแรงที่สหรัฐฯ ทำต่อเวเนซูเอล่า แต่มองว่าพฤติกรรมของสหรัฐฯ ครั้งนี้ก็ไม่ได้ต่างไปจากปฏิบัติการอื่นๆ คือการรุกรานอธิปไตยด้วยกำลังทหารที่เกิดขึ้นโดยประเทศมหาอำนาจ และวาทกรรมที่ใช้ก็ไม่ได้ต่างไปจากที่รัสเซียอ้างใช้ปฏิบัติการพิเศษรุกรานประเทศยูเครน “อเมริกาตอนแรกก็เหมือนพยายามที่จะหาความชอบธรรมว่าครั้งนี้เป็นปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายนะ อ้างว่ามาดูโรเป็นคนร้ายที่อเมริกาต้องการตัวต้องเข้าไปจับ ตอนแรกยังพูดถึงการบังคับใช้กฎหมาย แต่พอยิ่งให้สัมภาษณ์ไปเรื่อยๆ เรื่องรักษากฎหมายก็หายไปเลย มันเป็นเรื่องของการเข้าไปเพื่อเอาตัวมาดูโรออกมา อเมริกาต้องการทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง แล้วก็การเข้าถึงแหล่งทรัพยากรน้ำมันแล้ว ยิ่งตอนนี้ที่ชัดที่สุดคือคำให้สัมภาษณ์ของรูบิโอต่อเนื่องมาถึงวันนี้ก็ชัดว่าเป็นการสถาปนาเขตอิทธิพลของสหรัฐฯ ในซีกโลกตะวันตกเป็นเขตอิทธิพลที่อเมริกาจะทำอะไรก็ได้อันนี้ยิ่งชัดเจนว่าไม่ได้แคร์กฎกติการะหว่างประเทศอีกต่อไปแล้ว” ภาพที่โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าเป็นนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาที่ถูกควบคุมตัวอยู่บนเรือ USS อิโวจิม่า ภาพจาก บัญชี Truth Social ของ โดนัลด์ ทรัมป์ นอกจากนั้นเขาเห็นว่าผู้นำสหรัฐฯ ยังได้แสดงความก้าวร้าวอีกว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกได้ในอนาคตหากเห็นว่าทำแล้วจะตอบสนองต่อผลประโยชน์ของตัวเอง โดยไปพูดถึงโคลอมเบีย คิวบา หรือที่บอกว่าอยากได้กรีนแลนด์ของเดนมาร์กด้วยทั้งที่เป็นพันธมิตรของตัวเอง สุณัยมองว่า ที่ผ่านมาทรัมป์เองก็พูดถึงกรณีของกรีนแลนด์มาหลายครั้งแล้วและล่าสุดยังให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าอีก 20 วันจะกลับมาพูดเรื่องนี้อีกโดยให้เหตุผลว่าเพราะกรีนแลนด์เป็นประโยชน์ด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ แล้วเดนมาร์กก็ไม่มีความสามารถในการป้องกันกรีนแลนด์จากชาติมหาอำนาจอื่นๆ อย่างรัสเซียหรือจีน เรื่องที่ทำทรัมป์พูดนี้ทำให้หลักการที่จะไม่รุกรานซึ่งกันและกันซึ่งเป็นหลักพื้นฐานไม่มีความหมาย เพราะแม้กระทั่งมิตรประเทศของสหรัฐฯ เองหากสหรัฐฯ ก็จะเข้าไปแทรกแซงหากเห็นว่าเป็นประโยชน์กับสหรัฐฯ “ไม่ใช่แค่ประเทศฝ่ายศัตรูที่หนาวๆ ร้อนๆ แม้แต่ประเทศที่อยู่ฝ่ายเดียวกันก็หนาวๆ ร้อนๆ เพราะอเมริกาไม่แคร์กับหลักและความศักสิทธิ์ของอธิปไตยอีกต่อไปแล้ว” ความกังวลที่สหรัฐฯ จะบุกกรีนแลนด์นี้ยังสะท้อนชัดผ่านคำแถลงของเมตเต เฟรเดอริกเซน (Mette Frederiksen) นายกรัฐมนตรีของเดนมาร์กด้วยที่ออกมาตอบโต้คำกล่าวของทรัมป์ว่า หากสหรัฐฯ เลือกจะใช้กำลังโจมตีกรีนแลนด์จะกลายเป็นจุดจบขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO ที่ตั้งขึ้นมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองและสหรัฐฯ เองก็เป็นภาคีอยู่ด้วย ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยมีกรณีรัฐภาคีโจมตีกันเองมาก่อน และคำกล่าวของทรัมป์ยังทำให้ผู้นำ 7 ชาติยุโรปต้องออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนร่วมกับเดนมาร์ก แต่เมื่อถามที่ปรึกษา HRW ว่าในสถานการณ์ที่การใช้อำนาจของประเทศมหาอำนาจในลักษณะนี้กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นจะยังมีหนทางอะไรฟื้นฟูสิ่งเหล่านี้กลับมาได้บ้าง สุณัยย้อนกลับไปว่า ก่อนหน้านี้หลักระหว่างประเทศทั้งกฎหมายและจารีตประเพณีมันให้การค้ำประกันว่าประเทศที่มีอำนาจไม่เท่ากันจะรังแกกันไม่ได้ ประเทศใหญ่รังแกประเทศเล็กไม่ได้ ตอนนี้มันทำให้ไม่มีใครพึ่งพากฏกติการะหว่างประเทศได้อีกต่อไปแล้ว จากที่กฎบัตรสหประชาชาติเคยเป็นหลักยึดตอนนี้ก็ไม่มีความหมายต่อประเทศอภิมหาอำนาจอีกต่อไปอย่างเห็นได้ชัด จากที่ในภูมิภาคใหญ่ๆ ก็มีการใช้กำลังทหารเข้าไปรุกรานทั้งรัสเซียทำกับยูเครน สหรัฐฯ ทำกับเวเนซูเอล่า อิสราเอลทำกับประเทศอื่นๆ ไปทั่วตะวันออกกลางนอกจากปาเลสไตน์ ส่วนเอเชียก็มีไต้หวันกับจีน อีกทั้งเขายังมองว่า สหภาพยุโรป (EU) ที่ดูเหมือนจะหวังพึ่งได้เมื่อเห็นแถลงการณ์ทั้งในส่วนที่เป็นแถลงการณ์ร่วมและแถลงการณ์เฉพาะของแต่ละประเทศสมาชิกที่ออกมาก็ยังคงเป็นแนวแบ่งรับแบ่งสู้ว่า เอาเรื่องการปกครองของมาดูโรนั้นเลวร้ายมาเกลี่ยน้ำหนักกับการกระทำของสหรัฐฯ แล้วบอกว่าจะต้องเคารพกฎกติการะหว่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนละส่วนกัน เพราะวันเดียวกันหลังเกิดเหตุ ทีมค้นหาความจริงอิสระว่าด้วยเวเนซุเอลาภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์ออกมาบอกว่าแม้มาดูโรเป็นผู้ปกครองเผด็จการที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนมายาวนานแต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้เป็นเหตุผลที่จะให้ความชอบธรรมแก่การใช้กำลังของสหรัฐฯ และละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศได้ ซึ่งที่ปรึกษาของ HRW เห็นว่าท่าทีเช่นนี้เป็นสิ่งที่ EU ควรจะมี “ทุกคนควรจะพูดว่าสหรัฐฯ ทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศแล้วต้องเน้นส่วนนี้ ส่วนมาดูโรจะชั่วอย่างไรก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง” สุณัยมองว่าตอนนี้ประเทศที่ยังพูดมีหลักการกลับเป็น มาเลเซียจากแถลงการณ์ของอันวา อิบราฮิมที่ระบุชัดว่าสหรัฐฯ ได้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศใช้กำลังอย่างไม่เป็นไปตามกฎหมายต่อรัฐอธิปไตย กับฟิลิปปินส์ที่พอได้เพราะก็กลัวว่าจีนจะเอาสหรัฐฯ เป็นบรรทัดฐานแล้วมาบุก ส่วนไทยก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้โดยบอกว่าจะติดตามสถานการณ์และขอให้แต่ละฝ่ายแก้ความขัดแย้งสันติโดยให้เคารพกฎบัตรสหประชาชาติ ทั้งนี้หากกลไกระหว่างประเทศยังไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาบังคับใช้ได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปในมุมมองของสุณัยคือ จะเกิดสภาวะที่ไม่สามารถทำนายอะไรได้และรัฐต่างๆ ทำอะไรได้ตามอำเภอใจตลอดเวลา และสภาวะแบบนี้ไม่ได้มีแค่ผู้นำประเทศต่างๆ จะรู้สึกไม่ปลอดภัย แต่ประชาชนก็จะรู้สึกไม่ปลอดภัยไปด้วย * สัมภาษณ์ * ต่างประเทศ * เวเนซุเอลา * นิโคลัส มาดูโร * โดนัล ทรัมป์
http://dlvr.it/TQBVR8
0
0
2
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
🐈⬛BIGCAT🍎🍙overshare mode
2 months ago
💆🏻♂️🛁🫧
#oc
#illustration
0
236
89
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
D.M.
2 months ago
พรรคที่เล่นกระแสปั่นโซเชียลมาก่อนภจท.คือพรรคฟ้านะ อย่าลืมว่าก่อนที่บลูสกายจะเป็นโซเชียล มันเป็นชื่อช่องที่ปั่นเก่งเป็นมูลิเน็กซ์เลย เก่งกว่าวอยซ์ในยุคเดียวกัน บอกเลย ถ้าแมงสาบฟ้ามันดีลกับกัญชาน้ำเงินได้ (ซึ่งได้อยู่แล้วป่ะ?) ที่เห็นกระแสๆ อาจไม่ใช่ไโ แต่เป็นกระแสจ้างปั่นใดๆ ที่อาจรวมพลกันมาเพื่อเตะตัดขาไปเรื่อยๆ หลายๆ เรื่อง
0
3
3
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
Manao.26
2 months ago
Let’s goooo!!!! ❤️💚🩵💜
#8กุมภากาเห็นชอบ
loading . . .
0
92
73
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
くう
2 months ago
(3/3)
0
161
16
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
くう
2 months ago
(2/3)
1
162
15
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
くう
2 months ago
宮トガ未満。 ⚠️原作から一年経って、トガは選手に復帰しています。 運動会の後日談捏造しています。 宮が楽しかった嬉しかった日の夜、眠れない子だったら可愛いな〜って妄想です。(1/3)
1
366
75
จำไม่ได้ว่าเพลงชื่อไร เลยลองพิมพ์ๆ ที่จำได้ ยูทูปไม่ทำให้ผิดหวางงง
2 months ago
0
0
0
บางทีพรรคเพื่อไทยต้องไม่ลืมว่าชาวบ้านมีเน็ต ไปหาโหลดอ่านร่างกฎหมาย, รายงานรับฟังความคิดเห็นได้
3 months ago
0
0
0
ทำไมพวกมาสเตอร์ fgo ถึงกรี๊ดกับบทล่าสุดของเกมปานนั้น มันมีอะไรว้าวยิ่งกว่าโซโลมอนเรอะ
3 months ago
0
0
0
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
「fern」
3 months ago
ผู้สื่อข่าวช่องไทยรัฐทีวีพูดว่า “นี่ก็คือ ‘สีสัน’ ของสงคราม” ไม่รู้ว่าเธอตั้งใจหรือพูดไปเรื่อยเปื่อยหรือตามสคริปต์ แต่แปลกใจที่เธอไม่ฉุกใจสักนิดเลยตอนที่พูดคำนั้นออกมา
0
5
38
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
ประชาไท Prachatai.com
3 months ago
loading . . .
'Violence and Harassment: ความรุนแรง-การคุกคาม-สายตาที่จับจ้อง' นิทรรศการจากศิลปินเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ
'Violence and Harassment: ความรุนแรง-การคุกคาม-สายตาที่จับจ้อง' นิทรรศการจากศิลปินเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ Pazzle Mon, 2025-12-22 - 17:55 “Violence and Harassment (The Gaze)” นิทรรศการในห้องสีแดงที่บอกเล่าถึงความรุนแรง การคุกคาม และสายตาที่ถูกจ้องมองผ่านรูผ้าม่านสีแดง จาก “ทันยลักษณ์ มีชำนะ” ศิลปินรุ่นใหม่ในเชียงใหม่ ที่พยายามส่งเสียงร้องของผู้ที่เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศให้ดังขึ้น เพื่อปกป้องตัวเอง ศิลปินหยิบส่วนหนึ่งจากประสบการณ์ตรงในชีวิตของตัวเองขึ้นมาสร้างเป็นนิทรรศการครั้งนี้ โดยยืนยันว่าต่อให้การถูกล่วงละเมิดทางเพศจะเป็นเรื่องที่อ่อนไหว ไม่มีใครอยากพูดถึง หรือกฎหมายในสังคมไทยก็ไม่ได้ซัปพอร์ตเท่าที่ควร ก็อยากให้เหยื่อลุกขึ้นปกป้องตัวเอง “อยากให้ผู้ถูกกระทำยอมรับ และไม่ต้องกลัวที่จะออกมา พูดออกมา คนที่กระทำผิดควรที่จะเป็นผู้ที่ถูกลงโทษมากกว่า การเปิดเผยความจริงไม่ใช่เรื่องที่น่าอายเลย กล้าหาญด้วยซ้ำที่เราจะปกป้องตัวเองและสร้างความเข้มแข็งให้ตัวเอง” ทันยลักษณ์ กล่าว Performance Art ครั้งนี้ต้องการกระตุ้นให้ผู้ชมเกิดพฤติกรรมที่แตกต่างจากการชมงานศิลปะในรูปแบบปกติ ผู้ชมจะต้องมองผ่าน “รู” ของประตูที่มนุษย์มักใช้สอดส่องก่อนจะเปิดประตูออกไปสู่โลกภายนอก ในอีกแง่หนึ่งก็ยังเป็นพฤติกรรมที่สะท้อนความระแวดระวังและความอยากรู้อยากเห็น การมองผ่านรูยังแฝงนัยของอำนาจที่ไม่สมดุลกันทางความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชมที่เป็นผู้มองกับศิลปินที่เป็นผู้ถูกจ้องมอง ภายในห้องสีแดงที่เป็นสีของพลัง ตลอดการ Performance Art ศิลปินจะท่องสุภาษิตสอนหญิงของสุนทรภู่ “เป็นสาวแซ่แรสวยสะอาด” เป็นสาวแซ่แร่รวยสวยสะอาด ก็หมายมาดเหมือนมณีอันมีค่า แม้นแตกร้าวรานร่อยถอยราคา จะพลอยพาหอมหายจากกายนาง อันตัวต่ำแล้วอย่าทำให้กายสูง ดูเยี่ยงยูงแววยังมีที่วงหาง ค่อยเสงี่ยมเจียมใจจะไว้วาง ให้ต้องอย่างกิริยาเป็นนารี จะนุ่งห่มดูพอสมศักดิ์สงวน ให้สมควรรับพักตร์ตามศักดิ์ศรี จะผัดหน้าทาแป้งแต่งอินทรีย์ ดูฉวีผิวเนื้ออย่าเหลือเกิน จะเก็บไรไว้ผมให้สมพักตร์ บำรุงศักดิ์ตามศรีมิให้เขิน เป็นสุภาพราบเรียบแลเจริญ คงมีผู้สรรเสริญอนงค์ทรง ใครเห็นน้องต้องนิยมชมไม่ขาด ว่าฉลาดแต่งร่างเหมือนอย่างหงส์ ถึงรูปงามทรามสงวนนวลอนงค์ ไม่รู้จักแต่งทรงก็เสียงาม Performance Art ของทันยลักษณ์ในนิทรรศการ “Violence and Harassment (The Gaze)” จะมีขึ้นอีกครั้งวันที่ 23 ธ.ค. 2568 เวลา 13.00 น. ณ ชั้น 2 หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนตัวนิทรรศการเปิดให้ชมได้ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค. 2568 ถึง 15 ม.ค. 2569 เวลา 09.00 – 16.00 น. ชั้น 2 หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ * ข่าว * สังคม * วัฒนธรรม * ทันยลักษณ์ มีชำนะ * เชียงใหม่ * นิทรรศการ * การล่วงละเมิดทางเพศ * ความรุนแรง * การคุกคาม
http://dlvr.it/TPy8db
0
0
1
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
ขวัญ*
3 months ago
ไปเห็นคลิปในตตมาๆๆ ชาวรัฐกะเหรี่ยงปกาเกอะญอเค้าจะทอผ้า ผูกไว้ยาวๆเป็นร้อยผืนไว้กับโคม แล้วลอยขึ้นฟ้าช่วงปีใหม่ เป็นของขวัญ ถ้าตกที่ไหนก็มีแต่ความโชคดี เหมือนจะเป็นปีที่ 7? ค้นดูเห็นโคมไปตกที่โคราช สุรินทร์ อุทัย ตาก นครสวรรค์ เห็นคลิปลงตตเต็มเลย ละงานประณีตมากๆๆ ชอบอะไรแบบนี้จังTT
2
11
19
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
หฎอถเวฉ์เฎ้อ
3 months ago
ผมขอท่ดที่ผมจะโดนพรรคประชาธิปัตย์ตกด้วยสโลแกน "ทนหายใจ เปลี่ยนเป็น ไทยหายจน" 😢🙏
0
4
3
เซ็ง เพจข้าราชการเชียงราย (ทั้งอบจ. ทั้งประชาสัมพันธ์) มีแต่โปรโมทดอกไม้งาม แต่การเลือกตั้งที่ครั้งนี้สำคัญมากๆ กลับไม่มีบอกเลย ฉันว่าคุณโดนแป้งแล้วครับ
3 months ago
0
0
0
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
son o’a bed
3 months ago
จำได้ว่าทาทาตอนเด็กโดนหมั่นไส้ โดนผู้ใหญ่ไม่ชอบก็ดูแก่แดด ดูล้ำเกินยุคไป กาลเวลาผ่านไป จากสาวน้อยมหัศจรรย์กลายเปนอีแก่บ้าน้ำลาย วันนึงเคยล้ำนำสมัย แต่ค้างเติ้งอยู่ตรงนั้น วันนึงก็กลายเปนคนตกยุค รักความรุนแรงก็ได้
0
4
8
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
ประชาไท Prachatai.com
3 months ago
loading . . .
กัมพูชาเผยยอดผู้เสียชีวิตรวม 19 ราย บาดเจ็บรวม 79 คน ผู้อพยพทะลุ 5 แสนคน
กัมพูชาเผยยอดผู้เสียชีวิตรวม 19 ราย บาดเจ็บรวม 79 คน ผู้อพยพทะลุ 5 แสนคน auser15 Sun, 2025-12-21 - 14:54 ทางการกัมพูชาเผยตัวเลข ณ เช้าวันที่ 21 ธ.ค. ยอดผู้เสียชีวิตรวม 19 ราย บาดเจ็บรวม 79 คน ยอดผู้อพยพ 518,611 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 270,069 คน และเด็ก 165,385 คน 21 ธันวาคม 2568 เว็บไซต์ Cambodianess รายงานว่า กระทรวงมหาดไทยเปิดเผยตัวเลขจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สู้รบรวม 19 ราย หลังจากการทิ้งระเบิดทางอากาศของกองทัพไทยยังคงดำเนินต่อไปในดินแดนกัมพูชา ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่สิ่งปลูกสร้างของพลเรือน โดยมีการบันทึกยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมในจังหวัดอุดรมีชัย ซึ่งเป็นหนึ่งในเขตความขัดแย้งที่กองทัพไทยได้ยกระดับความรุนแรงในดินแดนกัมพูชา นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 79 ราย และข้อมูล ณ เวลา 07.00 น. ของวันที่ 21 ธันวาคม 2025 ระบุว่ามีประชาชนต้องหนีภัยจากการสู้รบสูงถึง 518,611 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 270,069 คน และเด็ก 165,385 คน รายงานระบุว่าการทิ้งระเบิดโดยเครื่องบินขับไล่ของไทยเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ส่งผลให้อาคารพาณิชย์เอกชนหนึ่งแห่งและโรงเรียนประถมศึกษาหนึ่งแห่งในจังหวัดโพธิสัตว์ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม เป็นต้นมา มีสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหายจำนวนมาก ประกอบด้วยบ้านเรือนพลเรือน 76 หลัง, โรงเรียน 5 แห่ง, ศูนย์สุขภาพ 1 แห่ง, ตลาด 1 แห่ง, ปราสาททางประวัติศาสตร์หลายแห่ง, วัด 5 แห่ง, ศาลาโรงธรรม 1 แห่ง, กุฏิสงฆ์ 1 แห่ง, อาคารสำนักงานศุลกากรและสรรพสามิต, อาคารเอกชน 9 แห่ง, โรงแรม 3 แห่ง และศูนย์เกษตรกรรมชุมชน 1 แห่ง นอกจากนี้ยังมีสะพานคอนกรีต 2 แห่ง, สะพานเหล็ก 1 แห่ง, สะพานประวัติศาสตร์ 1 แห่ง, ปั๊มน้ำมัน 1 แห่ง และคลังสินค้าต่าง ๆ ถูกทำลายลงด้วย * ข่าว * ต่างประเทศ * กัมพูชา * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา
http://dlvr.it/TPxHt4
0
1
2
ที่ระทึกถั่วลง คนไทยรักสงบกี่โมงก่อน
add a skeleton here at some point
3 months ago
0
1
0
ฝันถึงบาทหลวง กับ อัศวินชุดเกราะ เกย์แก่ทั้งคู่ งงมาก นึกว่าพ้นวัยที่จะฝันบวมๆ โลกแฟนตาซีไปแล้ว จดๆๆๆๆ เคมีมันอร่อยอยู่
3 months ago
0
0
0
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
D.M.
3 months ago
เฉลยนะ พูดถึงเรื่องนี้ค่ะ ขายงานๆ (ช่วงนี้ขยันขายต้องหาเงินทำบ้าน 55) เข้านฟ.แล้ว! เชิญดูเชิญชม (หรือติ) ตามอัธยาศัยยย ด่าได้แต่อย่าแรง ถ้าอยากแรงขอมาแรงหลังไมค์ให้นุอธิบายก่อนน แต่ถ้ากรี๊ดลุงด้วยกัน หน้าไมค์เลยโลดดดด
add a skeleton here at some point
2
12
21
ละวันนี้ฟังประชุมสภาเหมือนฟังพ็อดแคส นั่งเขียนงานทำนู่นนี่นั่น พอค่ำละก็ปลีกตัวไปดูหนัง ออกโรงมาเอ้ายุบสภาแล้วสู
3 months ago
0
0
0
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
Muuktaq
3 months ago
ทำไมพวกโง่ๆชาตินิยมในทวิตมักเปนติ่งเกาหลี
0
4
4
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
S A S I ☆
3 months ago
รู้สึกโมโหไกับกระแสขาตินิยมในประเทศมาก นี่เราอยู่ในยุคไหนมองมนุษย์เป็นสัตว์เป็นถ้วยรางวัลเพราะโดนปั่นว่าการฆ่าคนด้วยกันมัน’จำเป็น’???? แต่จากปสกที่โตมากับความเป็นไทยก็ไม่แปลกใจว่าทำไมปทถึงเป็นแบบนี้ โคตรหดหู่เลยว่ะ
0
23
64
แชร์มุมต่อต้านสงครามในเฟสจนเพื่อนหายไปหลักสิบละ เดาว่าพวกนายร้อยแหล่ะมั้ง
3 months ago
0
0
1
วันนี้บ้านพาไปทำบุญหอผี (หลังบ้านยาย) ละไปที่วัดต่อ จนไปเจอพระคนนึงสเปคมาก Hot Prasong mak mak //เริ่มรีเลทกับ Fleabag หน่อยนึงละ
3 months ago
0
0
0
เบียว 100m ละวิ่งในวันอากาศหนาวคือความควายที่สุดของปีนี้ละ
3 months ago
0
0
0
ยังมูฟออนจากเกม Dispatch ไม่ได้ เอนจอยเกมนี้มากๆๆๆๆๆ แต่โลกนี้ (และสังคมไทย) ใจรว้ายเกิน มีแต่ให้เราต้องรู้สึกกับเรื่องอื่นเยอะแยะมากมาย เห้อ
3 months ago
0
0
0
ตั้งแต่หมาแมวตายไปติดๆ เหมือนจะเป็นบ้าโมโหง่ายขึ้น ยิ่งมัวแต่ตามข่าวการเมืองรายวันก็ยิ่งหนัก
4 months ago
0
0
0
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
ประชาไท Prachatai.com
4 months ago
loading . . .
FTA ไทย-อียู คุ้มหรือไม่? ภาษีเหล้าหายหมื่นล้าน ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพพุ่ง ผู้ผลิตรายย่อยพังยับ
FTA ไทย-อียู คุ้มหรือไม่? ภาษีเหล้าหายหมื่นล้าน ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพพุ่ง ผู้ผลิตรายย่อยพังยับ Pazzle Wed, 2025-11-19 - 08:09 อุตสาหกรรมเหล้าอียูหวังใช้เอฟทีเอตีตลาดไทย ทำรายได้ภาษีลดลงปีละหมื่นล้าน แต่ค่าใช้จ่ายสุขภาพสูงขึ้น คนดื่มมากขึ้น นักดื่มหน้าใหม่เพิ่มขึ้น ผู้ผลิตรายย่อยพัง รัฐบาลต้องหาแนวทางป้องกันผ่านบทเรียนต่างประเทศก่อนจะสายเกินไป หนึ่งในข้อเรียกร้องสำคัญของสหภาพยุโรปหรืออียูในการเจรจาเอฟทีเอกับไทยรอบนี้คือการเปิดเสรีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่อียูต้องครอบครองให้ได้เนื่องจากอียูและสหราชอาณาจักรเป็นผู้ส่งออกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประมาณครึ่งหนึ่งของโลกใบนี้หรือร้อยละ 51 วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) จึงกล่าวว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดที่อียูจะได้ประโยชน์ ต้องยอมรับในอุตสาหกรรมนี้อียูมีความแข็งแกร่งมาก มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และแบรนด์ ซึ่งมีความเรื่องราวและความเป็นมายาวนาน ทั้งในมิติประวัติศาสตร์ ศาสนา สภาพภูมิอากาศ สายพันธุ์องุ่นที่นำมาผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเทคโนโลยีการผลิตที่สั่งสมมานับพันปี “เฉพาะเหล้าอย่างเดียว 30,000 แบรนด์ และเบียร์ 100,000 แบรนด์ มีแบรนด์ไวน์ 70,000 แบรนด์” วิฑูรย์กล่าว “และที่เป็นแบรนด์ระดับโลกขายได้ทั่วโลก นอกจากแบรนด์ท้องถิ่น อีก 500-800 แบรนด์ ฉะนั้นใครเจออียูเข้าไปก็สู้ไม่ไหว ก็เลยต้องมีมาตรการจำกัดทั้งในเชิงการค้าและผลกระทบที่เกิดขึ้น” เหล่านี้คือข้อมูลที่เปิดออกมาในเวทีสาธารณะ ‘ผลกระทบและข้อเสนอภาคประชาชนต่อการเจรจาการค้า FTA Thai-EU’ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องประชุมโรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพมหานคร ซึ่งผลกระทบต่อสังคมไทยไม่ได้มีเพียงเท่านี้ วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ (แฟ้มภาพ) ไทยได้ประโยชน์อะไรจากการลดภาษีเหล้าเป็นศูนย์ เมื่อดูข้อมูลการนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยในปี 2565 จะพบว่า เรานำเข้าจากอียูและสหราชอาณาจักรสูงถึงร้อยละ 53 ของปริมาณนำเข้าทั้งหมด หากการเจรจาเอฟทีเอ อียูเป็นฝ่ายได้สิ่งที่ต้องการนั่นคือการลดภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ จะทำให้รายได้หายไป 2 ส่วนประกอบด้วยส่วนที่เป็นเงินบำรุงร้อยละ 17.5 ที่เป็นส่วนหนึ่งของภาษีสรรพสามิต เงินส่วนนี้เป็นเงินที่นำส่งให้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยหรือไทยพีบีเอส เงินอุดหนุนด้านกีฬา เงินสำหรับผู้สูงวัย และเงินบำรุงท้องถิ่น เป็นต้น อีกส่วนคือเงินรายได้จากภาษีศุลกากรที่มาจากการนำเข้า ซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 54-60 ของราคานำเข้า เมื่อตัดรายได้ที่รัฐควรจะได้สองส่วนนี้ออกไปจะส่งผลให้ราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นำเข้าจากอียูลดลงทันทีร้อยละ 24 “กรณีเหล้านำเข้ายี่ห้อ Black Label ขายในราคาปัจจุบัน 1,729 บาท เมื่อจะทำเอฟทีเอ ภาษีเป็นศูนย์ ราคาจะถูกลงทันทีเลย 24 เปอร์เซ็นต์จาก 1,700 บาท เหลือแค่ 1,300 บาท ราคาน่าจูงใจขึ้นมาก หรือกรณีเบียร์ยี่ห้อสีเขียวราคาขายปลีกปัจจุบันอยู่ที่ 64 บาท ถ้าภายใต้เอฟทีเอจะเหลือแค่ 51.6 บาท” ขณะที่ภาษีนำเข้าไวน์ถูกลดลงเหลือศูนย์ไปแล้วตั้งแต่สมัยเศรษฐา ทวีสินเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ด้วยเหตุผลว่าต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้กระทรวงการคลังต้องส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีว่านโยบายนี้จะทำให้อำนาจต่อรองในการเจรจาเอฟทีเอไทย-อียูลดลง เท่ากับช่วยลดภาระของอียูในการเจรจาลงไปโดยปริยาย นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตไวน์ภายในประเทศและสินค้าทดแทนที่มีราคาใกล้เคียงกัน เพิ่มปริมาณการดื่ม และรัฐต้องสูญเสียรายได้เฉพาะภาษีจากไวน์ประมาณ 429 ล้านบาทต่อปี รายได้ลด แต่ค่าใช้จ่ายสุขภาพเพิ่ม หากมองในมุมผู้บริโภคก็ต้องยอมรับว่า ผู้บริโภคจะรับประโยชน์จากในแง่การเข้าถึงผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นำเข้าที่มีคุณภาพดี มีความหลากหลายกว่า 200,000 ชนิด ในราคาที่ถูกลง แต่ราคาที่สังคมไทยต้องจ่ายก็มีมากไม่แพ้กัน ประการแรกคือการสูญเสียรายได้จากภาษีศุลกากรดั่งที่กล่าวไปข้างต้น ตามมาด้วยผลกระทบต่อผู้ผลิตสุรา คราฟท์เบียร์ และไวน์ท้องถิ่น การเพิ่มขึ้นของนักดื่มหน้าใหม่โดยเฉพาะเยาวชนคนหนุ่มสาว ปริมาณการดื่มต่อคนที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องด้านสุขภาพ ปัญหาครอบครัว และอุบัติเหตุบนท้องถนน วิฑูรย์เปิดเผยผลการศึกษาว่าหากไทยยอมรับข้อเสนอของอียูโดยไม่มีเกราะป้องกันใดๆ สิ่งที่จะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะถูกลงร้อยละ 20-25 การนำเข้าจากอียูจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 100-300 ขณะที่การนำเข้ารวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 30-100 เมื่อราคาถูกลงย่อมทำให้ปริมาณการดื่มเพิ่มขึ้นพร้อมกับนักดื่มหน้าใหม่ รายได้จากภาษีหายไป 10,500 ล้านบาทต่อปี สวนทางกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่จะเพิ่มขึ้น “แต่ว่าหมื่นล้านบาทของภาษีเหล้าที่หายไป มันไม่ได้สูญเสียแค่ภาษี มันมาพร้อมปัญหาสุขภาพที่เพิ่มขึ้น แต่เงินที่จะใช้จัดการปัญหาสุขภาพน้อยลง เขาเรียกว่า double losses หรือภาษาเศรษฐศาสตร์เรียกว่า fiscal health paradox คือขัดแย้งกันเอง คุณเจอ 2 เด้ง” บทเรียนจากต่างประเทศ นำเข้าเพิ่มขึ้น ดื่มมากขึ้น แต่ผู้ผลิตในประเทศพัง ข้อวิตกต่อปัญหาเหล่านี้มีหลักฐานเชิงประจักษ์จากต่างประเทศที่มีข้อตกลงเอฟทีเอกับอียูและลดภาษีนำเข้าเครื่องดื่มแอลกฮอล์เป็นศูนย์ ยกตัวอย่างเช่น “เปรูทำข้อตกลงกับอียูว่าจะลดภาษีเป็นศูนย์ภายใน 7-10 ปี หลังจากนั้นปี 2013-2023 การนำเข้าพุ่งพรวดเลย เพิ่มมากที่สุดก็คือเหล้า 4.6 เท่าตัว ปริมาณการดื่มเหล้าเพิ่มขึ้นชัดเจนจาก 5.2 ลิตรต่อคนในปี 2010 เป็น 5.7 ลิตรต่อคนในปี 2019 แล้วสุราประจำชาติของเขาที่เรียกว่า PISCO ก็แทบขายไม่ได้เลย นั่นขนาดมีสุราประจำชาติแล้วนะ ของเรายังเป็นท้องถิ่นอยู่เลย ยังไม่เกิดเลย นี่พัง” เช่นเดียวกับประเทศเอกวาดอร์ หลังจากลดภาษีเบียร์และไวน์เป็นศูนย์ตั้งแต่ปีแรก การนำเข้าจากอียูก็เพิ่มสูงขึ้นถึง 9.8 เท่า Aguardiente เหล้าท้องถิ่นสูญเสียตลาดให้กับจินและว็อดก้านำเข้า ขณะที่จำนวนผู้ดื่มไม่เพิ่มขึ้น ยกเว้นกลุ่มผู้หญิงในเมือง แต่ก็มีการเปลี่ยพฤติกรรมการดื่มมาดื่มเครื่องดื่มนำเข้าแทน กรณีประเทศโคลอมเบียก็เดินตามรอยผลกระทบเช่นเดียวกับเปรูและเอกวาดอร์ ส่งผลให้รัฐบาลเอกวาดอร์จำเป็นต้องออกมาตราบรรเทาปัญหาด้วยเก็บภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 75 เก็บค่าใบอนุญาตการขาย และให้อำนาจแต่ละจังหวัดสามารถออกใบอนุญาตระดับจังหวัด “พอออกมาตรการเหล่านี้ปั๊บ จากที่สูงก็ลงมาเลย ประเทศไทยควรเรียนรู้อย่างยิ่ง แต่ที่คุณจะเจอแน่ๆ คืออียูจะฟ้อง WTO (องค์การการค้าโลก) ว่าขัดกับข้อตกลง ขัดระเบียบการค้า แต่ใช้เวลาในการฟ้องคดีประมาณ 10 ปี ยังเพิ่งต่อรองกันว่าจะลดเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นฟ้องไม่ต้องกลัว มันใช้เวลาในกระบวนการไต่สวน” วิฑูรย์ยังยกตัวอย่างประเทศเกาหลีใต้ซึ่งมีสถานะทางเศรษฐกิจสูงกว่าไทย แต่ก็ได้ผลลัพธ์เหมือนกับตัวอย่างประเทศอื่นๆ คือปริมาณการนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงปี 2018-2022 เพิ่มร้อยละ 13.3 ต่อปี แต่ด้วยอิทธิพลของวัฒนธรรมองค์กร เทรนด์สมัยใหม่ กฎหมายที่เข้มงวดจึงทำให้การดื่มโดยรวมลดลงเล็กน้อย สร้างเกราะป้องกันก่อนสายเกินไป เมื่อเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นแบบนี้แล้ว คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่าประเทศไทยควรทำอย่างไรเพื่อรับมือสถานการณ์ข้างหน้า วิฑูรย์เสนอว่า “สิ่งที่เราทำได้ก็คือ อันที่ 1 ต่อรองให้นานที่สุด ถ้าทำได้ก็คือไม่เอาได้ไหม แต่ถ้าไม่ได้ต้องต่อรองอย่าให้เป็นศูนย์ตั้งแต่ปีแรก คือคุณมีเป้าอยู่ที่ 10 ปีเป็นต้นและหวังว่าภายใน 10 ปีจะจัดการปัญหาผลกระทบได้” ข้อเสนอต่อมาคือใช้วิธีการเดียวกับรัฐบาลเวียดนามที่ขึ้นภาษีสรรพสามิตแทนภาษีศุลกากรและควรเพิ่มก่อนที่ข้อตกลงจะมีผลผูกพัน โดยเวียดนามเพิ่มภาษีสรรพสามิตในบางรายการจากร้อยละ 35 เป็นร้อยละ 90 จากปี 2021-2033 ซึ่งช่วยทดแทนรายได้ที่สูญเสียไปจากภาษีศุลกากรโดยไม่ผิดข้อตกลงใดๆ นอกจากการเพิ่มภาษีสรรพสามิต เกาหลีใต้ยังใช้มาตรการลดความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือด (Blood alcohol concentration: BAC) เป็นการควบคุมการดื่มให้ลดลงเหลือร้อยละ 0.03 เพื่อลดอุบัติเหตุ ขณะที่ญี่ปุ่นใช้วิธีรณรงค์ด้วยการตั้งเป้าลดการดื่มลงร้อยละ 20 ภายในปี 2025 “นี่คือสิ่งที่เราสามารถทำได้ ที่เราเห็นว่าภาษีเราที่เก็บตอนนี้ 60 เปอร์เซ็นต์ จริงๆ น้อยกว่าอีกหลายประเทศในอียูด้วยซ้ำ ตอนนี้ภาษีต่อราคาขายของไทยแทบจะต่ำสุดใน 4 ประเทศที่ทำการศึกษา เพราะฉะนั้นการเพิ่มภาษีก็ดี ไม่ได้เกิดผลกระทบเลย มาตรการนี้เกิดขึ้นแล้วในยุโรป เพียงแต่เรียกภาษีแตกต่างกันแค่นั้นเอง” * ข่าว * การเมือง * เศรษฐกิจ * สังคม * วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ * มูลนิธิชีววิถี * อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ * การลดภาษีศุลกากรเป็นศูนย์ * fiscal health paradox * FTA ไทย-อียู
http://dlvr.it/TPLMHV
0
0
2
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
tools to know that they were heroes
4 months ago
เพิ่งเห็นคนทวีตวันก่อนว่าหลังจาก exodus ครั้งใหญ่สุดท้ายคนก็กลับไปใช้ทวิตเตอร์กันหมดเพราะบลูสกายมันไม่ค่อยกระตือรือร้นจะขายฟังก์ชั่นอะไรเลย รอแต่จะให้คนเหม็นทวิตเตอร์ย้ายมาเองเหมือนไม่เข้าใจว่าคนใช้ทวิตต่อมีทั้งความเคยชิน ความไม่เชื่อว่าจะสะสมยอดฟอลได้เท่าที่มี etc ยันคนใช้ทวิตต่อเพื่อแย่งชิงแพล็ตฟอร์มและเสียงกับพวกฟาร์ไรท์ สุดท้ายฟ้าฟ้ามันก็เลยดูเป็นที่พักสงบ+ที่สำรองเวลาทวิตมันล่มอะ
1
26
90
reposted by
นายอะมีบา (rest, ปฏิรูป ≠ ล้มล้าง)
Sean T. Collins
4 months ago
Carnival of Souls (Herk Harvey, 1962)
12
347
59
ดูคลิปพส.เกาทำรามยอนกินเอง ก็รู้สึกว่าที่ทำๆ อยู่เนี่ยเป็นรามยอนไร้จิตวิญญาณมาก วันหลังจะขยันใส่เนื้อใส่ผักเยอะๆ นะ...
7 months ago
0
0
0
ไม่ได้บริจาคนาน ลืมไปเลยว่าเข็มบักเอ้ก... ต้องคิดภาพฉีกกระดาษในหัวรัวๆ ตอนมองเข็มเจาะเข้าผิว ถึงพอหายกลัวได้
8 months ago
0
1
0
Load more
feeds!
log in